เมล็ดพันธุ์ คือชีวิตและลมหายใจของเกษตรกร

ในสภาวะเศรษฐกิจโลก ณ ขณะปัจจุบันที่กำลังดำเนินอยู่อย่างทุกวันนี้ ท่ามกลางการแสวงหาและทรัพากรที่มีอยู่อย่างจำกัดที่มนุษย์เราส่วนใหญ่พยายามตักตวงเอาจากธรรมชาติให้มากที่สุด โดยใช้เงินเป็นตัวชี้วัดแลกซื้อความพอใจของตัวเอง

หากคนไม่เข้าใจจิตเดิมแท้แล้ว มันย่อมมีการปรับเปลี่ยนปรุงแต่งมากยิ่งขึ้น ตรงจุดตรงนี้เองที่ทำให้ความก้าวหน้าทางวิทยาการที่ล้ำสมัยของมนุษย์มีมากขึ้น เช่น มีการศึกษาวิจัยพัฒนาเกี่ยวกับการสืบพันธุ์ของพืช พันธุ์สัตว์ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่เบี่ยงเบนไปจากธรรมชาติดั่งเดิมมีมากขึ้น จนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกษตรกรไม่รู้ถึงลักษณะดั่งเดิมของพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ทางธรรมชาติ ที่ใช้ชีวิตการดำรงเผ่าพันธุ์ของตนเองในแต่ละสภาพภูมิประเทศ ที่ทนต่อสภาวะแวดล้อมที่เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ความหลากหลายทางชีวภาพจึงลดลงและหายไป

ในทางตรงกันข้ามกระแสการบริโภคได้กระตุ้นความต้องการของผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไร้ขอบเขต เนื่องจากความอยากของคนไม่มีความสิ้นสุด ทำให้เกิดการแย่งชิงทรัพยากรที่ทำกิน แหล่งน้ำ แหล่งอาหาร เพิ่มมากขึ้นๆ และที่มากไปกว่านั้น คือ ความต้องการชื่อเสียง การยกย่องในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งปะปนมาด้วย การใช้ทรัพยากรในธรรมชาติจึงไม่เป็นไปแบบ “ค่อยเป็นค่อยไป” ซึ่งหากถ้าทำเชิงอนุรักษ์แล้ว จะทำให้มีใช้ตลอดไปและยั่งยืน

การเก็บเมล็ดพันธุ์พืชผักไว้ขยายพันธุ์เองในครัวเรือน
การคัดเลือกและการเก็บเกี่ยว

การคัดเลือก พืช ผัก เพื่อใช้ผลิตเมล็ดพันธุ์ ควรจะคัดจากต้นที่ให้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ ที่สำคัญคือพ่อแม่พันธุ์ต้องมีความสมบูรณ์แข็งแรงที่สุด โดยจะต้องทำการคัดแยกเมล็ดจากผลสุกแล้วหลังจากการเก็บเกี่ยว สำหรับพวกพริก มะเขือเทศ มะเขือชนิดต่างๆ แตง ฟักทอง ฯลฯ ถ้าหากเป็นผักจะต้องรอสักระยะหนึ่งเพื่อให้ผลสุกแก่ดีหรือรอให้ผักแห้งดีก่อนค่อยเก็บ หากมีต้นผักที่เราต้องการรักษาไว้เก็บพันธุ์พิเศษ จำเป็นอย่างยิ่งต้องทำสัญลักษณ์ติดป้ายหรือใช้ฟางสีแดง หรือขาวผูกติดไว้ที่เฉพาะต้นหรือลูกที่เราต้องการจะเก็บพันธุ์เพื่อเตือนความจำเรา จะช่วยทำให้รู้ว่าจะเก็บพันธุ์ไว้ใช้ต่อในครั้งต่อไป

การคัดแยกเมล็ดพันธุ์จากพืชผักแบบต่าง ๆ
1.เมล็ดพันธุ์แห้งที่อยู่ในต้นพืช เช่น ผักจำพวก ข้าวโพด กระเจี๊ยบ บวบ ผักกาดดอก ผักกาดขาว ชีหอม ผักกินใบต่างๆ พืชเลื้อยจำพวก น้ำเต้า ผักชนิดอื่นๆที่มีเมล็ดพันธุ์อยู่ในฝักหรือช่อดอกที่แห้งอยู่ในต้น เมื่อผลแห้งพอสมควรแล้วเราก็จะเก็บผลที่แห้งมาลดความชื้นให้แห้ง 2-3 วัน โดยการผึ่งแดดหรืออยู่ใกล้ความร้อนจากกลิ่นควันไฟ จากนั้นก็นำเมล็ดมาแยกด้วยมือหรือไม้นวดแยกส่วนเปลือกออกจากเมล็ดแล้วนำเมล็ดไปตากแดดให้แห้งไปอีกพอสมควร ก่อนนำไปเก็บรักษาต่อไป หมายเหตุ กรณีข้าวโพดเก็บแบบวิถีชาวบ้านอีกวิธีหนึ่งซึ่งได้ผล มอดไม่เจาะเมล็ดคือไม่ต้องเอาเปลือกออกจากฝักให้นำมามัดรวมกันแล้วนำไปใช้วิธีรมควัน กลิ่นควันในครัวจะช่วยให้มอดไม่ทำลายเมล็ดพันธุ์ซึ่งวิธีนี้ทำได้ง่ายมากๆ
2.เมล็ดพันธุ์ในผลสดที่ไม่ชุ่มน้ำ ได้แก่พืชผักที่มีเมล็ดในผลที่ไม่ชุ่มน้ำ เช่น พริก ฟักทองและบวบต่างๆ เมื่อเห็นว่าผลสุกเต็มที่แล้วให้นำมาผ่าแล้ววคัดเอาเมล็ดที่จะทำพันธุ์ไปล้างน้ำสะอาดดีแล้วนำมาผึ่งบนผ้าหรือกระดาษเพื่อให้เมล็ดพันธุ์แห้งก่อนนำไปเก็บรักษาต่อไป
3.เมล็ดพันธุ์ในผลสดที่มีความชุ่มน้ำ มาก ได้แก่พืชผักที่มีเมล็ดในผลที่มีความชุ่มน้ำเช่น มะเขือ แตงกวา มะละกอ แตงโม ฟักหอม ฟักแฟง ฯลฯ ให้นำไปผ่าลูกใช้ช้อนโต๊ะแคะเฉพาะส่วนเมล็ดพันธุ์แยกออกจากเปลือกและเนื้อปล่อยให้มีการหมักต่อไปอีก 3-5 วัน เพื่อให้เมล็ดหลุดและแยกออกจากเนื้อเยื่อ นำเมล็ดมาล้างน้ำสะอาด ขณะที่กำลังล้างเมล็ดหากปรากฎเห็นเมล็ดที่ลอยอยู่เหนือน้ำส่วนใหญ่ ให้แยกออกเพราะเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ฝ่อ แฟบ ควรคัดทิ้ง ให้คัดเอาเฉพาะเมล็ดพันธุ์ที่จมน้ำอยู่ซึ่งเมล็ดพันธุ์มีน้ำหนักดี เหมาะสำหรับการทำพันธุ์ (กรณีมะละกอไม่ควรให้ถูกแสงจัดมากเกินไป) การเก็บแบบวิถีชาวบ้าน ควรผึ่งในที่ร่ม 3-5วัน แล้วนำไปเพาะพันธุ์ได้เลย

การลดความชื้นของเมล็ดพันธุ์ การลดความชื้นมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการจัดเก็บเมล็ดพันธุ์ที่จะให้เมล็ดพันธุ์มีความแข็งแรงสมบูรณ์ เมื่อนำเมล็ดพันธุ์มาผึ่งแดดให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก เกลี่ยเมล็ดให้กระจายบางๆ หากมีโรงอบเมล็ดพันธุ์ก็ยิ่งดี ช่วยป้องกันแมลง สัตว์ที่จะมาทำความเสียหาย โรงอบจะรักษาอุณหภูมิ และป้องกันฝุ่นละอองที่จะปนเปื้อนเมล็ดพันธุ์ได้ ในฤดูฝนที่มีความชื้นสูงและอุณหภูมิต่ำ โรงอบก็สามารถทำการเก็บเมล็ดพันธุ์ได้ อุณหภูมิพอเหมาะในการอบเมล็ดพันธุ์ 30-35 องศาเซลเซียส หากความร้อนสูงมากกว่านี้อาจทำให้เมล็ดพันธุ์ตายได้ (เมื่อเมล็ดพันธุ์แห้งพอสมควรความชื้นประมาณ 10-18%)

วิธีการเก็บเมล็ดพันธุ์ให้ได้ผลที่สุด
1. เมล็ดพันธุ์นี้หากเก็บแก่จัดได้เต็มที่ จะเก็บได้นานมากขึ้น
2. ความชื้นของเมล็ดพันธุ์และสภาพอากาศ ถ้าเมล็ดแห้งและอากาศแห้งจะเก็บได้นาน ควรเก็บในภาชนะบรรจุเมล็ดพันธุ์ในที่ๆไม่มีแสงแดดส่อง ภาชนะบรรจุใส่โอ่งหรือดินที่แห้งเก็บได้นานประมาณ 1 ปี
3. อุณหภูมิเมล็ดพันธุ์โดยปกติไม่เกิน 40 องศา และการเก็บที่อุณหภูมิต่ำ จะเก็บได้นานกว่าอุณหภูมิสูง
4. ส่วนประกอบของเมล็ดที่มีพวกแป้ง เช่น ข้าวโพด มะเขือ พริก ฯลฯ จะเก็บได้นานกว่าพวกที่ประกอบด้วย ไขมัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพวกพืชตระกลูถั่วต่างๆ

การตากเมล็ดพันธุ์
เมล็ดพันธุ์เป็นต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิตอย่างหนึ่ง เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนที่เราต้องเข้าใจหากเมล็ดพันธุ์มีความชื้นมากก็เสี่ยงต่อการเกิดเชื้อราได้ง่าย ๆ การตากแดดเป็นการลดความชื้นให้มีอยู่ในเมล็ดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการมีชีวิตโดยไม่งอก การทำให้เมล็ดแห้งจึงมีความจำเป็นมาก การให้ความร้อนโดยการตากโดนแสงตลอดทั้งวัน อาจต้องเกลี่ยเมล็ดพันธุ์กลับไป-มาวันละ2-3 ครั้ง เมื่อเย็นควรระวังอย่าเก็บจนค่ำมากเพราะน้ำค้างลงอาจทำให้เชื้อราเกิดขึ้นได้อีก เก็บรักษาเมื่อแห้ง แล้วบรรจุภาชนะหากความชื้นยังมีอาจใช้ถ่านและขี้เถ้าช่วยดูดซับความชื้นได้

การบรรจุสารดูดซับความชื้น
เราสามารถทำได้ง่ายโดยใช้วิธีการ คือ การใช้ถ่านที่ได้จากการเผาถ่านไม้ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยในการดูดซับความชื้น กลิ่นต่างๆที่ตกค้างอยู่ในเมล็ดพันธุ์ ที่เกิดขึ้นไว้ในความพรุนของถ่านไม้หรืออาจใช้ขี้เถ้าจากการหุงต้มอาหารเป็นขี้เถ้าใหม่ ๆ แต่ไม่ร้อนมากมีลักษณะเป็นฝุ่นสีขาวสามารถดูดซับความชื้นในเมล็ดพันธุ์ได้เช่นกันโดยใช้ผ้าหรือกระดาษห่อขี้เถ้าวางไว้ด้านล่างของห่อเมล็ดพันธุ์ ให้ห่อเมล็ดพันธุ์อยู่ด้านบนภาชนะ

วิธีการเก็บรักษา
ควรปิดภาชนะบรรจุเมล็ดพันธุ์ให้สนิท เช่น ใส่ขวดแก้วที่มีฝาแผ่นยางบุไว้ด้วย ขวดน้ำเปล่า หรือขวดเครื่องดื่มที่ใช้แล้ว วิธีแบบชาวบ้านอาจใช้ลูกน้ำเต้าแห้งที่ทำความสะอาดแล้วมาบรรจุปิดฝาให้สนิทป้องกันแมลงเข้าทำลาย หากเมล็ดพันธุ์มีน้อยก็ควรใส่ภาชนะบรรจุขนาดเล็ก บ่อยๆครั้งความชื้นเมื่อมีมากเชื้อราจะเจริญเติบโตได้ ดังนั้นจึงควรใช้ภาชนะขนาดบรรจุให้มิดชิดไม่ให้มีที่ว่างของอากาศ หรือมีแต่น้อย เมล็ดพันธุ์พืชผักส่วนใหญ่จะงอกไม่ดีเท่าที่ควรถ้าเรานำมาปลูกทันทีภายหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว จากประสบการณ์การทดลองปลูกพืชผักที่ผ่านมาหลายๆครั้งก็คือ เพาะพันธุ์แบบวิธีชาวบ้านที่ได้ผลมากที่สุดคือให้เก็บรักษาอย่างน้อย 10- 15 วัน ก่อนนำมาใช้ในการเพาะปลูก หากเรามีความต้องการที่จะให้เมล็ดพันธุ์ต่างๆงอกเสมอกันมากขึ้น ก็นำเอาน้ำส้มควันไม้ที่เรามีอยู่ผสมน้ำในอัตราส่วน 1:100 โดยนำเมล็ดพันธุ์แช่ในน้ำที่ผสมน้ำส้มควันไม้แล้ว 2-3 ช.ม. แล้วใช้ผ้าชุบน้ำห่อทิ้งไว้อีกหนึ่งคืนก่อนนำไปหยอดหรือการเพาะปลูก

การป้องกันการทำลายจากมอด และแมลง
ในการบรรจุเมล็ดพันธุ์ส่วนใหญ่มักมีปัญหาเกี่ยวกับการเจาะทำลายของมอดและแมลง โดยเฉพาะเมล็ดถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วฝักยาว ฯลฯ วิธีป้องกันหาได้ดังนี้
1. ใช้เมล็ดพันธุ์ถั่วเขียว 1 ก.ก.ใช้เมล็ดละหุ่งบด 40 กรัม ผสมคลุกเคล้าให้ทั่วก่อนบรรจุ
2. ใช้น้ำมันพืช ช่วงใช้ในอัตรา 2 ช้อนชาต่อเมล็ดพันธุ์ถั่ว 1 ก.ก. ผสมคลุกเคล้าให้ทั่วก่อนบรรจุ

ประโยชน์ของการเก็บเมล็ดพันธุ์
1. เก็บพันธุ์เองได้ตลอดไป ทำอยู่อย่างนั้นปลูกหมุนเวียนตามฤดูกาล (ก็จะไม่ต้องซื้อเมล็ดพันธุ์)
2. เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศที่เปลี่ยนไป
3. ต้านทานโรค และแมลงได้ดี
4. ตอบสนองต่อการดูแลรักษาง่าย โดยวิธีการแบบธรรมชาติ
5. รักษาสายพันธุ์พื้นเมืองไม่ให้กลายพันธุ์และสูญหาย
6. รสชาติ ความกลมกล่อมของพืชที่มีทั้งรส ขม หวาน เปรี้ยว ได้รสที่เป็นธรรมชาติแท้ๆแน่นอน

ปัญหาของการเก็บพันธุ์
- แมลงที่ติดมากับเมล็ดพันธุ์ และแมลงภายนอกมาทำลายเมล็ดพันธุ์พืชเช่น มอด แมลงสาบ หนู มด เป็นต้น ควรนำเมล็ดพันธุ์ออกผึ่งแดดประมาณ 2 เดือน/ครั้ง
- เมล็ดพันธุ์ เมื่อครบ 6 เดือนแล้วควรทดลองความงอกในกะบะทรายครั้งหนึ่ง เพาะ 100 เมล็ดต่อครั้งทำอย่างนี้ทุกๆ 6 เดือนก่อนนำไปใช้อีกครั้งทุกชนิด เพื่อจะได้รู้คุณภาพเมล็ด พันธุ์มีเปอร์เซ็นความงอกอยู่ได้นานเท่าไหร่

วิธีการพัฒนาเพื่อให้อยู่รอดพอเพียง (เพิ่มเติม)
1. เก็บเมล็ดพันธุ์ให้มีพันธุ์ของตนเอง ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ไม่ตระหนี่ มีวัฒนธรรมที่มีการแลกเปลี่ยนกันในชุมชนทำให้มีทั้งผักก็มีมากขึ้น มีเพื่อนร่วมในกิจกรรมที่เป็นมิตร
2. มีคุณธรรม จริยธรรมในความเป็นมนุษย์ รู้จักการใช้สติเข้ามาใช้ประกอบกับการทำงาน
3. มีความเมตตา กรุณา สร้างสรรค์ เสียสละ ช่วยเหลือเกื้อกูลแบ่งปันอุ้มชูกันและกัน
4. ยกตัวอย่างผู้มีความเพียรตั้งใจในการทำเกษตรธรรมชาติให้เป็นปราชญ์แห่งการศึกษา


เขียนโดย : ทรงสิทธิ์ หาญมนตรี

เมื่อ 28/04/09


 
       
 

  



สมาคมเทคโนโลยีที่เหมาะสม

  135/4 หมู่ 4 ถ.ธนะรัชต์ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 30130 โทร. 044-297621, 081-6600377, 081-6895045   โทรสาร. 044-297621
  Email : s e @ a t a . o r . t h