เกษตร
   การอนุรักษ์แมลงที่มีประโยชน์ 
หากเราสังเกตุก็จะพบว่าในไร่นาของเราจะมีแมลงอาศัยอยู่หลากหลายชนิด หลายคนมักคิดว่าแมลงเหล่านั้น
เป็นแมลงศัตรูพืช แต่ที่จริงแล้วทุกชนิดไม่ใช่ศัตรูพืช ซึ่งแมลงบางชนิดยังมีประโยชน์ต่อพืชทั้งยังทำลายแมลงศัตรูพืช แมลงศัตรูธรรมชาติก็มีมากมาย ที่คอยควบคุมประชากรของแมลงให้อยู่ในสมดุล ศัตรูธรรมชาติของแมลงได้แก่ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น สภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป อาทิเช่นการตัดไม้ทำลายป่า การเผาไร่เลื่อยลอย การไถพรวน การตากหน้าดิน การปลูกสร้างตึกสูง ๆ เป็นจำนวนมาก การทำอุตสาหกรรมเหมืองแร่ ฯ ลฯ เป็นอันตรายต่อแมลง
และอีกอย่างได้แก่สิ่งมีชีวิตชนิดอื่นที่เป็นศัตรูของแมลง ที่สำคัญก็คือแมลงด้วยกันเอง แมลงหลายชนิดที่กินหรืออยู่ภายใน
หรือภายนอกตัวของแมลงชนิดอื่น แมลงเหล่านี้เรียกว่าตัวห้ำตัวเบียน ซึ่งปกติแล้วจะมีอยู่จำนวนมากพอที่จะควบคุมจำนวน
ประชาการของแมลงชนิดหนึ่ง ๆ ให้อยู่ในสมดุล คือ ไม่ทำให้เกิดการศูนย์เสียทางเศรษฐกิจ แต่มาถึงปัจจุบันมนุษย์ได้ทำลาย
แมลงที่เป็นประโยชน์ไปเสียมาก ทั้งที่ห่ามันโดยตรงและที่ไปรบกวนสภาพแวดล้อมที่อยู่ ซึ่งกระทบกระเทือนต่อวงจรชีวิต
จนทำให้แมลงตัวห้ำตัวเบียนลดลงเรื่อย ๆ จนไม่เพียงพอที่จะกำจัดแมลงศัตรูพืช การป้องกันกำจัดแมลงแบบชีววิธี ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีที่สุด เพราะไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้และสภาพแวดล้อมอื่น ๆ
สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ ที่สำคัญ

1. หนอน   คือ แมลงศัตรูพืชที่เข้าทำลายพืชผักอันดับแรก ซึ่งได้แก่ หนอนใยผัก หนอนกระทู้ผัก หนอนกระทู้หอม เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟแมลงหวีขาว เป็นต้น
2. ตัวห้ำ     คือ แมลงที่ดำรงชีวิตโดยการกินแมลงศัตรูพืชเป็นอาหารจะมีลักษณะที่สำคัญ
   - ส่วนมากมีขนาดใหญ่และแข็งแรงกว่าเยื่อที่ใช้เป็นอาหาร
   - ส่วนมากกินเหยื่อโดยการกัดกินเหยื่อ ทำให้เยื่อตายทันที
   - ตัวห้ำจะกินเหยื่อหนึ่งตัวหรือมากกว่าในแต่ละมื้ออาหาร ดังนั้นจึงกินเหยื่อได้หลายตัวตลอดช่วงชีวิตของการเจริญเติบโต
   - ตัวห้ำจะอาศัยอยู่คนละที่กับแมลงที่เป็นเหยื่อ และออกหาอาหารในที่ต่าง ๆ กันในแต่ละมื้อ
ซึ่งส่วนใหญ่จะพวกไม่มีกระดูกสันหลัง เช่น แมงมุม แมลงปอ แมลงช้างตั๊กแตนตำข้าว ด้วงเต่า แมลงวันทอง แมลงวันหัวบุบ ต่อ มวนเพชฌฆาต มด จิ้งหรีดหนวดยาว พวกมีกระดูกสันหลัง เช่น ค้างคาว กิ้งก่า แย้ ตะขาบ นก งู กบ เขียด ปูปลา ฯลฯ

ตารางแสดงแมลงที่เป็นตัวห้ำตัวเบียนและเหยื่อที่เป็นอาหาร
แมลง
ระยะที่เป็นตัวห้ำ
ลักษณะการทำลาย/ สามารถควบคุมศัตรูพืชหลายชนิด
เหยื่อที่กิน
ตั๊กแตนตำข้าว ตัวอ่อนและตัวเต็มวัย
กัดกิน
หนอนและแมลงชนิดต่าง ๆ
แมลงปอ ตัวอ่อนและตัวเต็มวัย
กัดกิน
แมลงตัวเล็ก ๆ
มวนเพชฌฆาต ตัวอ่อนและตัวเต็มวัย
กัดกิน
หนอนทุกชนิดและแมลงที่มีลำตัวอ่อนนุ่ม
ด้วงดิน ตัวอ่อนและตัวเต็มวัย
กัดกิน
แมลงที่อาศัยอยู่ในดิน
ด้วงเต่า,เต่าลาย ตัวอ่อนและตัวเต็มวัย
กัดกิน

เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ เพลี้ยแป้ง แมลงหวี่ ไร ไข่ และหนอนศัตรูพืช
แมลงวันหัวบุบ ตัวเต็มวัย
กัดกิน
แมลงชนิดต่าง ๆ
แมลงช้าง ตัวเต็มวัย

เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ ไข่และหนอนศัตรูพืช แมลงที่มีลำตัวอ่อนนุ่ม
ต่อรัง มด ตัวเต็มวัยมาหาเหยื่อ
กัดกิน
หนอนผีเสื้อ
แมลงหางหนีบ ตัวเต็มวัยมาหาเหยื่อ
กัดกิน
เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ ไข่และหนอนศัตรูพืช แมลงที่มีลำตัวอ่อนนุ่ม

ค้างคาว
- มีหลากหลายชนิด
- อาศัยอยู่ตามถ้ำ และโพรงต้นไม้
- ชอบกินแมลงมุมกลางคืน สัตว์เล็ก ๆ เป็นอาหาร
- มูลค้างคาวเป็นปุ๋ยที่ธาตุอาหารสูงมากใช้แทนปุ๋ยเคมีได้เป็นอย่างดี

กิ้งก่า และแย้
- ชอบกินหนอนและแมลงตัวเล็ก ๆ ซึ่งกิ้งก่าจะใช้ลิ้นตวัดแมลงตามรูโพรงไม้ต่าง ๆ
- แย้จะกินแมลงที่ผิวดินซึ่งช่วยควบคุมแมลงในแปลงเกษตร

นกแสก
- จะออกหากินในเวลากลางคืน
- เสียงร้องของนกแสกทำให้เยื่อ เช่นหนู หลบออกจากที่ซ่อนจนถูกบินโฉบจับหนูกินเป็นอาหาร
- จากการศึกษาวิจัยจะพบว่า นกแสก 1ตัว กินหนู 7-9 ตัว ต่อวัน หาก 1ปี โดยเฉลี่ยแล้วหนูจะกลายเป็นอาหารของนกปริมาณ 3000 – 4000 ตัวต่อปี

งูสิง
- เป็นงูไม่มีพิษ จะจับกินหนูเป็นอาหาร
- จะออกล่าเหยื่อในเวลากลางวัน
- งูสิงจะเข้าไปกินหนูที่อยู่ในรูได้อย่างง่ายดายในเวลากลางวั


แมลงตัวห้ำ แบ่งเป็น 2 พวกใหญ่ ๆ คือ
- พวกที่มีความว่องไว กระตือรือร้นในการออกหาเหยื่อ เช่นมีขายื่นยาวสำหรับจับเหยื่อ เช่น ตั๊กแตนตำข้าว บ้างก็มีตาใหญ่เพื่อจะได้เห็นเหยื่อได้ชัดเจน เช่น แมลงปอ เป็นต้น
- พวกที่กินเหยื่ออยู่กับที่ เช่น ด้วงเต่าลายกินเพลี้ยอ่อน ซึ่งไม่มีอวัยวะดัดแปลงเป็นพิเศษแต่อย่างใด แมลงตัวห้ำที่มีปากกัดกินเหยื่อเป็นชิ้น ๆ แล้วเคี้ยวเป็นอาหาร เช่น ตั๊กแตนตำข้าวแมลงปอ เป็นต้น ส่วนตัวห้ำที่มีปากแทงดูดจะแทงปากเข้าไปดูดกินของเหลวต่าง ๆ ในตัวแมลงจนแห้งเหลือแต่ซากแล้วทิ้งไป เช่า มวนเพชฌฆาต

3.ตัวเบียน        คือ แมลงประเภทที่วางไข่บนตัวหนอน และทำการเจาะดูดกินไข่ของแมลงศัตรูพืช
ตัวเบียนที่ทำลายแมลงศัตรูพืช ได้แก่ แตนเบียนหนอนใยผัก แตนเบียนดักแด้ เป็นต้น
แมลงเบียน หมายถึง แมลงที่เบียดเบียนเหยื่อ หรือเกาะกินอยู่กับเหยื่อ จนกระทั่งเหยื่อตาย จนกระทั่งเหยื่อตาย และการเป็นตัวเบียนนั้นจะเป็นเฉพาะในช่วงที่เป็นตัวอ่อนเท่านั้น เมื่อเป็นตัวเต็มวัยจะหากินอย่างอิสระ และในช่วงอายุหนึ่ง ๆ ต้องการหาเหยื่อเพียงตัวเดียวเท่านั้น

ข้อดีของตัวห้ำ ตัวเบียน
1.ตัวห้ำสามารถหาศัตรูพืชได้แม้ว่าศัตรูพืชจะหลบซ่อนอยู่หรือหลบหนีได้ก็ตามและสามารถทำลายศัตรูพืชในระยะที่สารเคมีทำลายได้ยาก เช่นไข่ ที่มีขนปกคลุม หรือดักแด้ที่มีผนังเหนียวหุ้ม หรือศัตรูพืชที่มีที่ห่อหุ้มตัว เช่น เพลี้ยหอย เพลี้ยแป้ง
2. ตัวห้ำสามารถขยายพันธุ์เพิ่มปริมาณในธรรมชาติได้
3. ตัวห้ำตัวหนึ่งสามารถกินศัตรูพืชได้หลายชนิดและกินได้วันละหลายตัว จึงมีประสิทธิภาพในการควบคุมศัตรูพืชสูง
4. มีขนาดเล็กกินอาหารบ่อย ซึ่งในช่วงกลางคืนจะออกหากิน

ข้อเปรียบเทียบระหว่างการใช้สารเคมีและการใช้ตัวห้ำในการควบคมศัตรูพืช
ใช้สารเคมี
- แก้ปัญหาได้เฉียบพันแต่ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ
- สิ้นเปลือง เพราะต้องเสียค่าสารเคมีและค่าจ้างพ่น
- มีอันตรายต่อคน สัตว์ สิ่งแวดล้อม
- ทำให้แมลงต้านสารเคมีและเกิดศัตรูพืชชนิดใหม่
- สารเคมีฉีดแล้วเมื่อโดยแสงจะเสื่อมลง
ใช้ตัวห้ำ
- แก้ปัญหาได้ในระยะยาว
- ประหยัดไม่ต้องซื้อ และไม่ต้องจ้าง
- ปลอดภัยเพราะอยู่ในธรรมชาติ
- ช่วยให้ธรรมชาติสมดุล
- ขยายพันธุ์เพิ่มปริมาณได้เองตามธรรมชาติ

ข้อจำกัดในการใช้ตัวห้ำควบคุมศัตรูพืช
1. ตัวห้ำมีพฤติกรรมที่หากินและดำรงชีวิตอยู่ในที่ที่ไม่ปลอดภัยต่อสารเคมีจึงมักถูกสารเคมีทำลายมาก ทำให้เพิ่มปริมาณได้ช้าในช่วงแรก
2. ไม่สามารถใช้ร่วมกับการควบคุมศัตรูพืชบางวิธีได้ โดยเฉพาะสารเคมี
3. เป็นวิธีเก่าแก่ที่มีความควบคู่กับการปลูกพืชก่อนที่มีสารเคมีแต่เกษตรกรมักไม่ให้ความสนใจ และมักมองข้ามจึงเหมือนเป็นความรู้ใหม่ ที่เกษตรกรไม่คุ้นเคย ต้องเริ่มทำความเข้าใจใหม่

แนวทางการอนุรักษ์แมลงธรรมชาติ

1. เพิ่มแหล่งอาศัยให้แมลงศัตรูพืช โดยการปลูกพืชสลับจะทำให้แมลงศัตรูพืชมีที่หลบอาศัย
2. เพิ่มปริมาณให้กับตัวเต็มวัยของแมลงศัตรูพืช เช่น การปลูกไม้ดอกตามแหล่งการเกษตรจึงนับว่าจะช่วยเพิ่มอาหารให้แมลงศัตรูพืชได้มาก
3. ช่วยลดอันตรายที่จะเกิดแก่แมลงศัตรูพืช คือ อันตรายที่เกิดจากการใช้ยาฆ่าแมลง
4. ไม่เผาตอซังหรือเศษอินทรียวัตถุที่เอื้อต่อการเกิดจุลินทรีย์ หรือแมลงที่เป็นอาหารสำรองของตัวห้ำตัวเบียนใช้ในการดำรงชีวิตอยู่ เพื่อรอศัตรูพืชรุ่นใหม่ที่อพยพขึ้นมา

ประโยชน์ของการควบคุมศัตรูพืชโดยชีววิธี
1. สามารถใช้ศัตรูทางธรรมชาติซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีอยู่แล้วในไร่นา สวน ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการควบคุมศัตรูพืชได้ในระยะยาว
2. ช่วยให้เกิดความสมดุลในระบบนิเวศ ซึ่งมีผลต่อการลดปัญหาการเกิดศัตรูพืชละบาดและลดการเกิดศัตรูพืชชนิดใหม่ ๆ
3. ช่วยให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ผลผลิตทางการเกษตร และสิ่งมีชีวิต

การป้องกันและลดจำนวนแมลงศัตรูพืชแบบเกษตรธรรมชาติ
1. การถอนหญ้า กำจัดวัชพืชด้วยมือ จอบ เสียบ ไม่เน้นการไถพรวน และไม่ใช้สารฆ่าแมลงซึ่งมีผลต่อผู้บริโภค ผู้ผลิต ทำให้ไม่ เกิดความยั่งยืนกับสิ่งแวดล้อม
2. การใช้ฟางคลุมแทน ช่วยลดวัชพืชในแปลงผัก และฟางที่นำมาคลุมแปลงยังเป็นตัวบำรุงดินอีกด้วย
3. การปลูกผักหลากหลายชนิด ช่วยลดแมลงศัตรูพืชธรรมชาติได้โดยชีววิธี ทำให้
ธรรมชาติเกิด แล้วใช้ประโยชน์จากแมลงศัตรูธรรมชาติ ตัวห้ำ ตัวเบียน กำจัดกันเอง
4. การปลูกพืชหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดธาตุอาหารที่จำเป็นกับพืช จำพวก
เชื้อจุลินทรีย์ ที่มีอยู่ในดินไม่ตาย ก็จะสามารถปลูกผักได้ตลอดปี
5. การใช้สมุนไพร เช่นดาวเรือง สะเดา ตะไคร้หอม ข่า โลติ๊น (หางไหล) ต้นยาสูบ สาบเสื้อ
6.การใช้น้ำส้มควันไม้ในการขับไล่แมลงศัตรูพืชผักที่มีจำนวนมากเกินไปที่มารบกวนพืชผักผลไม้ในกิจกรรมการเกษตร
และช่วยให้พืชมีการเจริญเติบโตได้ดี




1 2 3 4
ต่อไป >>

 

  



สมาคมเทคโนโลยีที่เหมาะสม

  135/4 หมู่ 4 ถ.ธนะรัชต์ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา 30130 โทร. 044-297621, 081-6600377, 081-6895045   โทรสาร. 044-297621
  Email : s e @ a t a . o r . t h